"พิเศษ! สำหรับผู้ชมช่อง Job Tanut รับโค้ดส่วนลดและสิทธิ์ทดลองเรียนฟรี" **กดรับสิทธ์ด้านล่าง** 📍ข้อเสนอพิเศษ ด่วน! เพียงแจ้งใช้โค้ด JTN300 รับส่วนลดเมื่อสมัครเรียนคอร์สใดก็ได้ทันที 300 บาท (ใช้สิทธิ์ได้ถึง ธันวาคม 2569) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร: 086 445 9536 / Email: customer.service@inspire-english.in.th คอร์สเรียนรูปแบบใหม่ เน้นการ “ใช้จริง” มากกว่า “ท่องจำ” เรียนสด 100% รูปแบบ Online ผ่าน Zoom พร้อมเปิดพื้นที่ให้ใช้ภาษาอังกฤษ ในโลกจริง ผ่านกิจกรรม Workshop 🔥 ด้วยหลักสูตรแนวใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำ 📍คอร์สเรียนประกอบไปด้วย ✅ เรียนสด Online เลือก “เวลาเรียน” และ “หัวข้อที่สนใจ” เองได้ทุกวัน! ✅ 1-ON-1 Discussion แนะนำและแก้ปัญหารายบุคคล […]
Events
Calendar of Events
|
Monday
|
Tuesday
|
Wednesday
|
Thursday
|
Friday
|
Saturday
|
Sunday
|
|---|---|---|---|---|---|---|
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
0 events,
|
2 events,"พิเศษ! สำหรับผู้ชมช่อง mheeMovie รับโค้ดส่วนลดและสิทธิ์ทดลองเรียนฟรี" **กดรับสิทธ์ด้านล่าง** 📍ข้อเสนอพิเศษ ด่วน! เพียงแจ้งใช้โค้ด MMV300 รับส่วนลดเมื่อสมัครเรียนคอร์สใดก็ได้ทันที 300 บาท (ใช้สิทธิ์ได้ถึง ธันวาคม 2569) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร: 086 445 9536 / Email: customer.service@inspire-english.in.th คอร์สเรียนรูปแบบใหม่ เน้นการ “ใช้จริง” มากกว่า “ท่องจำ” เรียนสด 100% รูปแบบ Online ผ่าน Zoom พร้อมเปิดพื้นที่ให้ใช้ภาษาอังกฤษ ในโลกจริง ผ่านกิจกรรม Workshop 🔥 ด้วยหลักสูตรแนวใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำ 📍คอร์สเรียนประกอบไปด้วย ✅ เรียนสด Online เลือก “เวลาเรียน” และ “หัวข้อที่สนใจ” เองได้ทุกวัน! ✅ 1-ON-1 Discussion แนะนำและแก้ปัญหารายบุคคล ✅ Workshop […] |
|
4 events,
Inspire English x Bangkok Metropolitan Administration 📍เวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กร บรรยากาศจริงจากทีม Inspire English ทีม Inspire English ได้จัดเวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กร ให้กับเจ้าหน้าที่ Bangkok Metropolitan Administration ที่อยากพัฒนาทักษะการสื่อสารในที่ทำงานให้มั่นใจขึ้น ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบให้ตรงกับสถานการณ์การทำงานจริง ไม่ใช่แค่การนั่งเรียนภาษาอังกฤษแบบท่องจำเหมือนที่ผ่านมา 📍ทำไมองค์กรถึงเลือกจัดเวิร์คช็อปภาษาอังกฤษแทนคอร์สเรียนทั่วไป หลายองค์กรพบว่าการส่งพนักงานไปเรียนภาษาอังกฤษแบบคอร์สทั่วไป มักไม่ตอบโจทย์บริบทการทำงานจริงของแต่ละทีม เวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กรจึงถูกออกแบบให้เจาะจงตามลักษณะงาน เช่น การเจรจากับลูกค้าต่างชาติ การเขียนอีเมลธุรกิจ หรือการนำเสนองานในที่ประชุม ทำให้พนักงานได้ฝึกภาษาอังกฤษวัยทำงานที่ใช้ได้จริงในวันถัดไปทันที ✅ ไฮไลท์กิจกรรมเวิร์คช็อปนี้ กิจกรรม Role-play จำลองสถานการณ์เจรจาธุรกิจภาษาอังกฤษ Workshop กลุ่มย่อยฝึกพรีเซนต์งานเป็นภาษาอังกฤษ Feedback แบบ 1-on-1 จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ แบบทดสอบวัดผลก่อน-หลังเวิร์คช็อป เพื่อติดตามพัฒนาการจริง 📍คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กร เวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กรเหมาะกับพนักงานระดับไหนบ้าง? เหมาะกับพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มั่นใจ ไปจนถึงระดับหัวหน้างานที่ต้องสื่อสาร […]
Inspire English x Aibel Thailand Limited 📍เวิร์คช็อป Soft Skill สำหรับองค์กร สอน Lean & Time Management ผ่านสถานการณ์จริง ทีม Inspire English ได้จัดเวิร์คช็อป Soft Skill สำหรับองค์กร ในหัวข้อ Lean Thinking และ Time Management ให้กับพนักงานที่ต้องการบริหารเวลาและกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เวิร์คช็อปครั้งนี้นำโดย คุณกฤตนุ กุลบุศย์ วิทยากรและโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้าน Soft Skill ของ Inspire English ที่มีประสบการณ์ออกแบบและจัดอบรมด้าน Time Management, Lean Thinking ให้กับองค์กรหลากหลายประเภท โดยออกแบบให้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมและสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับงานจริง แทนการนั่งฟังบรรยาย ทฤษฎีเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผู้เรียนได้ทั้งตกตะกอนความเข้าใจและฝึกปฏิบัติจนนำไปใช้กับงานได้จริง 📍ทำไมต้องเรียน Lean Thinking และ Time […] |
4 events,
Inspire English x Ajinomoto 📍เวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กร Ajinomoto หัวข้อ Effective Presentation ทีม Inspire English ได้จัดเวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กรให้กับพนักงาน Ajinomoto ในหัวข้อเทคนิคการนำเสนอ (Presentation) โดยใช้เทคนิค 3D และ VAK เพื่อช่วยให้พนักงาน พรีเซนต์งานเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและน่าติดตามมากขึ้น เวิร์คช็อปนี้ออกแบบให้เรียนรู้ ผ่านกิจกรรมและสถานการณ์จำลองใกล้เคียงกับการพรีเซนต์งานจริง เพื่อให้ผู้เรียนได้ทั้งตกตะกอนความเข้าใจและฝึกปฏิบัติจนนำไปใช้กับงานได้จริงทันที 📍ทำไมต้องเรียน Lean Thinking และ Time Management ผ่านสถานการณ์จริง เทคนิค 3D (Define Audience, Design Key Message, Develop Outline) และ VAK (Visual, Audio, Kinetic) เป็นแนวทางการนำเสนอที่ช่วยให้ผู้พูดสื่อสารได้ครบทุกมิติ ทั้งการอธิบายด้วยคำพูด การแสดงตัวอย่างให้เห็นภาพ และการให้ผู้ฟังมีส่วนร่วม ในเวิร์คช็อปภาษาอังกฤษสำหรับองค์กรครั้งนี้ พนักงาน Ajinomoto ได้ฝึกนำเทคนิคเหล่านี้มาปรับใช้กับการพรีเซนต์งานเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง แทนการท่องจำสคริปต์เพียงอย่างเดียว […]
Inspire English x Jobsdb Thailand 📍ภาษาอังกฤษสัมภาษณ์งาน เรียนรู้จากเวิร์คช็อป Inspire English x Jobsdb ที่มหิดล Inspire English ร่วมกับ Jobsdb จัดเวิร์คช็อป ภาษาอังกฤษสัมภาษณ์งาน ภายในงาน Job Fair ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดย Jobsdb บรรยายเทคนิคการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานโดยรวม ส่วน Inspire English เจาะลึกเรื่องการตอบคำถาม ภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งานให้เป็นธรรมชาติและมั่นใจมากขึ้น 📍เทคนิคเตรียมตัวสัมภาษณ์งานจาก Jobsdb ในงานนี้ Jobsdb ได้แชร์เทคนิคการเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์งาน ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูลองค์กร การเตรียมเอกสารให้พร้อม ไปจนถึงมารยาทและการวางตัวระหว่างสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ผู้สมัครงานสร้างความประทับใจแรกได้ดีขึ้น 📍เทคนิคตอบคำถามภาษาอังกฤษสัมภาษณ์งานจาก Inspire English ในส่วนของ Inspire English เน้นให้นักศึกษาได้ฝึกตอบคำถามภาษาอังกฤษสัมภาษณ์งานที่พบบ่อย ผ่านกิจกรรมจำลองสถานการณ์จริง ไม่ใช่การท่องจำคำตอบสำเร็จรูป เพื่อให้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่ว่าจะเจอคำถามแบบไหน นักศึกษาที่เข้าร่วมเวิร์คช็อปได้ฝึก Role-play […] |
|||||
3 events,
Inspire English x Jobsdb Thailand สัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่เรื่องไวยากรณ์ถูกหรือผิด แต่คือการสื่อสารให้กรรมการเห็นว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับตำแหน่งนี้ บทความนี้รวบรวม 7 ขั้นตอนที่ใช้เตรียมตัวได้จริง จากประสบการณ์ตรงของคนที่เคยผ่านทั้งสองฝั่ง ทั้งในฐานะผู้ถูกสัมภาษณ์และผู้สัมภาษณ์ 1. ทำความเข้าใจ Job Description ให้ละเอียด ก่อนเตรียมคำตอบใดๆ ให้อ่าน Job Description ซ้ำหลายรอบ แล้วขีดเส้นใต้คำศัพท์หรือทักษะที่ถูกพูดถึงบ่อย เช่น "stakeholder management", "cross-functional collaboration" คำเหล่านี้คือสิ่งที่กรรมการอยากได้ยินในคำตอบของคุณ การเตรียมตัวแบบเจาะจงตำแหน่งสำคัญกว่าการท่องคำตอบสำเร็จรูปมาก 2. เตรียมเรื่องราวด้วยโครงสร้าง STAR โครงสร้าง STAR (Situation, Task, Action, Result) ช่วยให้คำตอบเป็นระบบและฟังดูมืออาชีพ ตัวอย่างเช่น เมื่อถูกถามว่า "Tell me about a time you solved a conflict at work" ให้เล่าสถานการณ์สั้นๆ งานที่ต้องทำ […] |
4 events,
คนทำงานที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษมักเจอคำถามแรกเสมอ คือควรเรียนออนไลน์หรือไปเรียนที่สถาบันดี บทความนี้เปรียบเทียบทั้งสองรูปแบบในมุมที่คนทำงานจริงต้องคำนึงถึง เพื่อช่วยตัดสินใจได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง 1. เรื่องเวลา: ใครยืดหยุ่นกว่ากัน การเรียนออนไลน์ตอบโจทย์คนที่เวลาไม่แน่นอน เช่น ต้องทำงานล่วงเวลาบ่อย หรือมีตารางประชุมที่เปลี่ยนตลอด เพราะสามารถเลื่อนคลาสหรือเรียนจากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทางได้ ส่วนการเรียนที่สถาบันจะมีตารางตายตัวชัดเจนกว่า ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการวินัยจากภายนอกมาบังคับให้เข้าเรียนสม่ำเสมอ 2. เรื่องบรรยากาศการเรียนรู้ การเรียนที่สถาบันได้เจอเพื่อนร่วมคลาสตัวเป็นๆ ได้ฝึกพูดแบบเห็นหน้ากันจริง ซึ่งช่วยเรื่องความมั่นใจในการสื่อสารแบบ face-to-face และสร้างเครือข่ายคนทำงานที่มีเป้าหมายคล้ายกัน ส่วนการเรียนออนไลน์แม้จะผ่านวิดีโอคอลได้เหมือนกัน แต่บรรยากาศจะเป็นกันเองน้อยกว่า และบางคนอาจรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเวลาพูดผ่านหน้าจอ 3. เรื่องค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่า โดยทั่วไปคอร์สออนไลน์มักมีตัวเลือกราคาที่ยืดหยุ่นกว่า เพราะไม่มีต้นทุนสถานที่ แต่การเรียนที่สถาบันมักได้สิ่งแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้โดยเฉพาะ เช่น ห้องเรียนที่ไม่มีสิ่งรบกวน อุปกรณ์การสอนครบ ซึ่งอาจช่วยให้ใช้เวลาเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะเวลาเท่ากัน 4. เรื่องการฝึกใช้ภาษาในสถานการณ์จริง สถาบันหลายแห่งออกแบบกิจกรรมที่จำลองสถานการณ์การทำงานจริง เช่น การประชุม การนำเสนอ หรือ workshop ภาคสนามที่ให้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับสถานการณ์รอบตัวจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คอร์สออนไลน์ทำได้ยากกว่า แต่คอร์สออนไลน์ก็มีข้อดีตรงที่สามารถฝึกซ้ำเนื้อหาเดิมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตามจังหวะของตัวเอง 5. เรื่องความต่อเนื่องในการเรียน คนทำงานจำนวนไม่น้อยเริ่มเรียนออนไลน์ด้วยความตั้งใจดี แต่ขาดวินัยเพราะไม่มีใครคอยกระตุ้น ทำให้เรียนไม่จบคอร์ส ในขณะที่การมีตารางเรียนที่สถาบันและเพื่อนร่วมคลาสจะช่วยสร้างแรงผลักดันให้เรียนต่อเนื่องมากกว่า สรุป: แบบไหนเหมาะกับใคร เหมาะกับเรียนออนไลน์ […]
หลายองค์กรรู้ตัวว่าทีมมีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษ แต่ไม่แน่ใจว่าถึงเวลาต้องลงทุนเทรนจริงจังหรือยัง บทความนี้รวบรวม 5 สัญญาณที่พบบ่อยในองค์กรไทย ซึ่งเป็นจุดที่ควรเริ่มพิจารณาจัดคอร์สภาษาอังกฤษให้ทีมอย่างเป็นระบบ 1. พนักงานหลีกเลี่ยงการประชุมหรืออีเมลกับลูกค้าต่างชาติ สัญญาณแรกที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือพนักงานที่มีความสามารถด้านงานสูง แต่พยายามหลีกเลี่ยงงานที่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษ เช่น ผลักงานตอบอีเมลลูกค้าต่างชาติให้เพื่อนร่วมทีม หรือขอไม่เข้าประชุมกับคู่ค้าต่างประเทศ นี่คือสัญญาณว่าทักษะภาษากำลังเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นใจส่วนตัว 2. เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสารกับทีมหรือลูกค้าต่างชาติบ่อยครั้ง เมื่อการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน ความเข้าใจผิดจะสะสมและกลายเป็นต้นทุนแฝงขององค์กร เช่น งานที่ต้องแก้ไขซ้ำเพราะตีความ requirement ผิด หรือความล่าช้าในการปิดดีลเพราะสื่อสารไม่ตรงจุด หากพบสัญญาณนี้บ่อยในหลายทีม มักเป็นตัวชี้วัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นช่องว่างทักษะในระดับองค์กร 3. องค์กรกำลังขยายตลาดหรือรับลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น เมื่อธุรกิจเริ่มขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศหรือมีลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น ทักษะภาษาอังกฤษของทีมจะกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จโดยตรง การเทรนล่วงหน้าก่อนที่ทีมจะต้องรับมือกับสถานการณ์จริง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะพลาดโอกาสทางธุรกิจเพราะการสื่อสารไม่พร้อม 4. พนักงานศักยภาพสูงถูกจำกัดโอกาสเพราะภาษาอังกฤษ บางองค์กรมีพนักงานที่มีความสามารถโดดเด่นในสายงาน แต่ถูกจำกัดไม่ให้ขึ้นตำแหน่งที่ต้องดูแลลูกค้าต่างชาติหรือทีมนานาชาติ เพียงเพราะภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงพอ นี่คือการสูญเสียศักยภาพภายในองค์กรที่แก้ไขได้ด้วยการลงทุนพัฒนาทักษะ แทนที่จะต้องหาคนใหม่จากภายนอก 5. ทีม HR ได้รับฟีดแบ็กเรื่องภาษาอังกฤษจากพนักงานเอง บางครั้งสัญญาณที่ชัดที่สุดมาจากพนักงานเอง ผ่านแบบสำรวจความพึงพอใจหรือการพูดคุยกับ HR ที่สะท้อนว่าอยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อความก้าวหน้าในสายงาน หากองค์กรได้รับฟีดแบ็กลักษณะนี้ซ้ำๆ จากหลายแผนก มักหมายความว่าความต้องการมีอยู่จริงและรอการตอบสนองอย่างเป็นระบบ สรุป สัญญาณเหล่านี้มักไม่ได้เกิดขึ้นแยกกัน แต่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงานรายบุคคล […] |
3 events,
Empathetic Leadership หรือภาวะผู้นำแบบเข้าใจคน คือทักษะที่องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทีมงานในปัจจุบันต้องการผู้นำที่ไม่ใช่แค่สั่งงานเก่ง แต่ต้องเข้าใจความรู้สึกและมุมมองของคนในทีมด้วย บทความนี้รวม 5 แนวทางพัฒนา Empathetic Leadership ที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมเคสจริงจากเวิร์คช็อปที่ Inspire English จัดให้กับองค์กร TCT Empathetic Leadership คืออะไร Empathetic Leadership คือรูปแบบการนำทีมที่ผู้นำให้ความสำคัญกับความรู้สึก มุมมอง และความต้องการของสมาชิกในทีม ควบคู่ไปกับการผลักดันให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย ต่างจากภาวะผู้นำแบบเดิมที่เน้นแค่ผลลัพธ์และคำสั่ง Empathetic Leadership เน้นการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ดีในทีม ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว 5 แนวทางพัฒนา Empathetic Leadership ที่นำไปใช้ได้จริง 1. รับฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) ผู้นำที่มี Empathetic Leadership จะฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อรอพูด การตั้งใจฟังโดยไม่ขัดจังหวะและสะท้อนกลับสิ่งที่ได้ยิน ช่วยให้ทีมรู้สึกว่าความเห็นของตัวเองมีความหมาย 2. เข้าใจมุมมองของทีมก่อนตัดสินใจ ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ ผู้นำควรลองมองสถานการณ์จากมุมของทีมก่อน เพื่อให้การตัดสินใจคำนึงถึงผลกระทบที่แท้จริงต่อคนทำงาน ไม่ใช่แค่มุมของธุรกิจอย่างเดียว 3. ให้ […] |
||||
