“มีไอเดีย แต่ไม่รู้จะพูดยังไงเป็นภาษาอังกฤษ” คือปัญหาที่คนวัยทำงานเจอบ่อยที่สุด โดยเฉพาะตอนต้องเข้าประชุมหรือพรีเซนต์งานเป็นภาษาอังกฤษ หลายคนมีความคิดดีๆ อยู่ในหัว แต่พอถึงเวลาพูดจริงกลับใช้คำศัพท์เดิมๆ วนไปวนมา เพราะไม่รู้ว่าจะแสดงความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือเสนอไอเดียให้ฟังดูเป็นธรรมชาติและมืออาชีพได้อย่างไร
ครูป๊อป จาก Inspire English (Faculty of Arts, Chulalongkorn University) จึงมาแชร์ 4 เทคนิคที่ช่วยให้พูดภาษาอังกฤษในที่ประชุมได้อย่างมั่นใจขึ้น พร้อมสำนวนที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดความหมาย
เทคนิคที่ 1: ความหมายเปลี่ยนเพราะเข้าใจผิด — พูดว่า “เห็นด้วย” ให้เป็นธรรมชาติ
นอกจาก “Yes, me too.” ที่ทุกคนคุ้นเคย ยังมีวิธีพูดว่าเห็นด้วยได้หลากหลายกว่านั้น เช่น
- I agree with you. — เห็นด้วยกับคุณ
- I am on the same page. — สำนวนนี้ ไม่ได้ แปลว่า “เปิดไปหน้าเดียวกัน” แต่หมายถึง “เราเข้าใจตรงกัน / เห็นด้วยกัน”
- I totally agree with you. — เห็นด้วยสุดๆ
ที่น่าสนใจคือสำนวน “I couldn’t agree more.” เคยมีนักเรียนเข้าใจผิดว่าประโยคนี้แปลว่า “ไม่เห็นด้วย” เพราะได้ยินคำว่า couldn’t แล้วคิดว่าเป็นเชิงปฏิเสธ แต่จริงๆ แล้วสำนวนนี้แปลว่า “ไม่สามารถเห็นด้วยไปมากกว่านี้แล้ว” หรือก็คือเห็นด้วยแบบสุดๆ นั่นเอง
เทคนิคที่ 2: ไม่เห็นด้วย…ควรพูดยังไงให้สุภาพ
การพูดตรงๆ ว่า “No, I disagree.” หรือ “No, I don’t think so.” บางครั้งอาจฟังดูไม่สุภาพ โดยเฉพาะเวลาต้องคุยกับผู้ใหญ่หรือผู้บริหาร จึงมีวิธีพูดที่นุ่มนวลกว่า เช่น
- I’m sorry to disagree with you. — ขอโทษนะคะที่ต้องไม่เห็นด้วย
- I see where you’re coming from, but personally I… — เข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการสื่อ แต่โดยส่วนตัวฉัน…
- I understand your point, but personally… — เข้าใจประเด็นของคุณ แต่โดยส่วนตัว…
- All due respect,… — ด้วยความเคารพนะคะ (แล้วค่อยตามด้วยเหตุผลของเรา)
สำหรับกรณีที่เห็นด้วยครึ่งหนึ่ง ไม่เห็นด้วยอีกครึ่งหนึ่ง ก็สามารถใช้:
- I am of mixed opinion about… — มีความเห็นก้ำกึ่งเกี่ยวกับ…
- I agree with you but I also disagree.
- I agree to some extent. / I partly agree. — เห็นด้วยบางส่วน
เทคนิคที่ 3: 99% พูดว่า “I think…” ลองเปลี่ยนให้ดูมืออาชีพขึ้น
ในคลาสเรียนของ Inspire English ที่ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น พบว่า 99% ของทุกคนมักเริ่มประโยคด้วย “I think…” ซึ่งไม่ผิด แต่ถ้าอยากให้การเปิดประโยคฟังดูเป็นทางการและมืออาชีพมากขึ้น สามารถใช้
- Personally speaking, … — โดยส่วนตัวแล้ว… (ตามด้วยไอเดียของเรา)
เทคนิคที่ 4: สำนวนที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด — “Bring to the table”
เคยมีเหตุการณ์จริงในห้องเรียนที่ครูพูดว่า “Guys, let’s bring something to the table.” แล้วนักเรียนเข้าใจว่าหมายถึงให้ไปหยิบของมาวางบนโต๊ะจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากที่จะไม่รู้ทุกสำนวนในภาษาอังกฤษ
ความหมายที่แท้จริงของ “Bring to the table” คือ การเสนอไอเดียหรือความคิดเห็นเข้ามาในที่ประชุม เช่น
- Do you have any ideas? = Do you have anything to bring to the table? — คุณมีไอเดียอะไรจะเสนอไหม
ไม่รู้ทุกคำ ไม่ใช่เรื่องผิด
ครูป๊อปทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้ทุกคำศัพท์ในภาษาใดภาษาหนึ่งได้ทั้งหมด แม้แต่ครูสอนภาษาเองก็ตาม เพราะเราไม่ใช่พจนานุกรม การที่เราไม่รู้จึงไม่ใช่เรื่องผิด
We all can make mistakes, but we can learn from it. — ความผิดพลาดคือบทเรียนที่ทำให้เราได้เรียนรู้เพิ่มเติม ถ้าไม่รู้ก็แค่ถาม
และไม่ว่าจะอยากพัฒนาภาษาหรือทักษะด้านไหนก็ตาม แค่เปิดใจลองเรียนรู้ ไม่ต้องกลัวหรือกังวลกับปัจจัยภายนอก เพราะทุกคนทำได้
บทความนี้สรุปจากคอนเทนต์ให้ความรู้โดยครูป๊อป Inspire English สำหรับใครที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานให้มั่นใจขึ้น Inspire English มีคอร์ส Business English Course ที่จะเปลี่ยน “การทำงาน” ให้เป็น “เรื่องง่าย” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Inspire English
📍ติดต่อเรา
website : www.inspire-english.in.th
line : @inspire-english
Facebook : https://facebook.com/inspire.English.Learning
Tel : 086-445-9536




